top of page
Bedroom1.4.jpg
Old Asian couple depositing for a new house

เฟสที่ 1: การวางแผนและกำหนดงบประมาณ (Planning & Budget)

การรวบรวมข้อมูล: ในกรณีงาน เชิงพาณิชย์ ขั้นตอนนี้เราเรียกว่า Master Plan ซึ่งมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน กับบ้าน สำหรับงานบ้าน เราแนะนำให้เจ้าของงานบันทึกรายการที่ต้องการ เช่น จำนวนห้องนอน พื้นที่ทำงาน หรือฟังก์ชันพิเศษที่ชอบ (เช่น ตู้เก็บของใต้ฝ้า) พร้อมรูปภาพประกอบเพื่อให้เราสำรวจพื้นที่และวางแปลนได้อย่างแม่นยำ อะไรบ้าง แบบบ้านหลากหลายสไตล์ เช่น แบบบ้านเดี่ยว แบบบ้านชั้นเดียว แบบบ้านโมเดิร์น ในบ้านมีส่วนประกอบอะไรบ้าง พื้นที่พักผ่อน ทำงาน สระว่ายน้ำ สวน ทริคการใช้งานต่างๆที่ เคยเห็นมาที่ชอบ เช่น บานเลื่อน 3 ทาง ตู้เก็บของใต้ฝ้า เป็นต้น สะสม รูปภาพบ้านภายใน ภายนอกที่ชอบ หลังจากนั้น ก็ติดต่อทางเรา เพื่อปรึกษากัน ครับ ซึ่งเราก็จะขอเข้าไปสำรวจพื้นที่ เพื่อประเมินเบื้องต้น ว่าต้องวางแปลนอย่างไรบ้าง

งบประมาณที่สมเหตุสมผล: เราจัดทำงบประมาณโดยใช้ราคาต่อตารางเมตรที่แยกตามประเภทการใช้งาน (เช่น ห้องครัวจะมีราคาต่อ ตรม. สูงกว่าห้องนอน) เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพรวมค่าใช้จ่ายที่แท้จริง ถ้าเป็นกรณีงานสร้างบ้าน ก็ประเมินว่าควรจะเป็นแบบ Type A Type B หรือ Type C ภาพรวมต่อตรม.ทั้งโครงการ ก็จะรวมจากงบประมาณทั้งหมด มาหารด้วย ตรม.รวมของโครงการทั้งหมด

ค่าออกแบบ : หลังจากได้งบประมาณ เราจะเสนอราคาค่าออกแบบ ซึ่ง จะอยู่ระหว่าง 3-5% ของงบประมาณ และ สำหรับงานสร้างบ้าน เรามี โปรโมทชั่น คือสามารถหักค่าออกแบบ จากค่าก่อสร้างได้ รายละเอียดในค่า ออกแบบ จะครอบคลุมงานที่จำเป็นทั้งหมด ได้แก่ การทำ Layout ทำแบบ 3D ทำแบบภาพเสมือนจริง ทำแบบสำหรับการก่อสร้าง แต่ค่าออกแบบจะไม่รวมค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตก่อสร้าง และรื้อถอน ค่าวิศวกรควบคุมงาน(สำหรับอาคารขนาดเกิน300 ตรม.) ค่าวิศวกรออกแบบโครงสร้าง ค่าสถาปนิกเซ็นใบรับรองขออนุญาติก่อสร้าง ค่าสำรวจดิน โดยรวมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ประมาณ 50,000 – 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของบ้าน การดำเนินการการขออนุญาติ ต่างๆ ทางเราจะมี Staff ดำเนินการให้ งานแบบที่รวมอยู่ในส่วนค่าดำเนินการในระหว่างก่อสร้าง แต่ไม่รวมในค่าออกแบบ ได้แก่ แบบประกอบ Spec วัสดุ, แบบ Shop Drawing งานตกแต่ง , แบบ Asbuilt สำหรับงานระบบ และงานโครงสร้าง

รวมเเบบเเปลน ภาพภายนอก ภาพภายใน ประดิพัฒน์ 15_Page_22.jpg

เฟสที่ 2: งานออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม (Design & Engineering)

Concept Design: แยกชนิดพื้นที่เป็น 4 ส่วน (ทางสัญจร, พื้นที่หลัก, พื้นที่รอง, และพื้นที่ว่าง) เพื่อให้เกิดการจัดการพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้งาน การออกแบบตามเงื่อนไขอย่างนี้ เราจะได้วิธีการจัดการพื้นที่ ที่ดีที่สุด สอดคล้องความต้องการที่คาดถึง และคาดไม่ถึงของ อาคาร เมื่อพัฒนาแล้ว เราจะปรับให้กลายเป็น Layout ของอาคาร

Visualizing Your Dream: พัฒนาจาก Layout และ Mood & Tone สู่ภาพ 3D และภาพเสมือนจริง (Perspective) เพื่อให้เจ้าของโครงการเข้าใจตรงกับผู้ออกแบบก่อนเริ่มงานจริง โดยภายในอาจจะยังไม่ลงรายละเอียด เป็น เพียงการออกแบบคร่าวๆเบื้องต้น ส่วนภายนอกจะมีการออกแบบอย่างละเอียด หลังจากนั้น จะนำงาน 3D มาสร้างเป็นภาพเสมือนจริง ส่วน Video แต่อาจจะไม่สมจริงเท่าไหร่ เพราะการทำให้สมจริงค่าใช้จ่ายสูง และยังไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่สำเร็จการทำงานจริงๆ จากขั้นตอนจะทำการ ออกแบบทางสถาปัตย์ และ วิศวกรรม ก่อนจะออกแบบภายในอย่างละเอียดอีกครั้ง งานออกแบบภายใน งานภาพเสมือนจริง ภายใน ทำยากกว่า ภายนอกหลายเท่า เพราะจะต้องมีการกำหนดค่ารายละเอียด หลายอย่าง การคุมแสง คุมเงา คุมสภาพพื้นผิว และรายละเอียดการขึ้นรูปของชิ้นงานต่างๆ ซึ่งการทำออกมาให้สมจริง ตามแบบที่ต้องการไม่ได้ง่ายๆ ไม่ใช่ว่าจะใช้ AI generate ได้ เพราะการออกแบบนี้ ต้องคิดหมดว่าสิ่งต่างๆจะสร้างขึ้นมาได้อย่างไรด้วย เพราะขั้นตอนนี้ จึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการออกแบบ ที่ส่วนต่างๆ คงที่แล้ว เพราะจะคอยปรับตามแบบภายนอกหรือตำแหน่งเสาคาน หลายรอบก็ยุ่งยากมาก จากการออกแบบทำภาพเสมือนจริงภายใน จะมีการกำหนดแบบ ฝ้า และไฟแสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ ในขั้นตอนนี้ด้วย

Cad for construction เมื่อแบบ 3D และแบบภายนอกได้รับงานอนุมัติแล้ว ทางสถาปนิกของเราจะทำการถอดแบบเป็น แบบสำหรับการก่อสร้าง จะมาการกำหนดตำแหน่งเสาแล้วงานโครงสร้างต่างไปก่อน ที่จะสอดคล้องกับแบบ 3D หลังจากนั้น ส่งให้ทางวิศวกรโครงสร้าง ออกแบบองค์ประกอบภายในงานโครงสร้างที่สถาปนิก กำหนดมา เช่นต้องใช้ เหล็กเสริมเท่าไหร่ หน้าตัดงานคอนกรีตควรเป็นเท่าไหร่ อาจจะมีการขอแก้ไขตำแหน่งเสารับน้ำหนักหรือตำแหน่งคาน โดยจะพยายามไม่กระทบแบบ 3D หลังจากนั้น ทางสถาปนิก จะนำข้อมูลจาก วิศวกรโครงสร้างนำมาบรรจุลงในแบบสำหรับการก่อสร้างอีกที แบบ Cad for construction จะมี รายละเอียดงานประตูหน้าต่าง งานห้องน้ำเบื้องต้นที่ระบุตำแหน่งท่อต่างๆ Structure Engineering ทางวิศวกรโครงสร้างจะทำงานสัมพันธ์กับงาน สถาปนิก ตามที่กล่าวมาแล้ว และต้องติดตามการปรับเปลี่ยนแบบ ที่จำเป็นเนื่องจากปัญหาจากสภาพหน้างาน เช่น ปัญหาจากชั้นดิน ปัญหาจาก ตำแหน่งเสาเข็มชนตำแหน่งเสาเข็มเดิม ปัญหาจากความผิดพลาดในการก่อสร้างจะต้องแก้ไขแบบเสริมต่างๆ ซึ่งวิศวกรโครงสร้างจะทำงานร่วมกับเรา แต่การว่าจ้างเป็นโดยตรงจากเจ้าของบ้าน ซึ่งปรกติ เราจะเป็นฝ่ายกำหนดตัววิศวกร เพราะเกี่ยวข้องกับการรับประกันผลงานของเราด้วย สำหรับวิธีการประกอบอาชีพของวิศวกรโครงสร้าง จะเป็นอาชีพอิสระ จะมีส่วนร่วมกับ โครงการบริษัทต่างๆเป็นงานๆไป เป็นคนที่มีประสบการณ์งานกว้างขวางกว่า วิศวกรประจำบริษัทซึ่งจะทำงานเป็นลักษณะ เป็นผู้ดูแลโครงการ

Cad for Shop drawing จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะทำ Shop Drawing ก่อนทำสัญญา จะประกอบด้วย แบบงานไฟฟ้า แบบงานฝ้า แบบงานห้องน้ำ และแบบแปลนระบุตำแหน่งงาน Built-in และ ลอยตัว ส่วนที่ 2 แบบ Shop Drawing งานภายในหลังจากงานสร้างส่วนโครงสร้าง แล้วเสร็จ จะมีการวัดขนาดจริง หน้างาน และ ลงรายละเอียดตู้ ภายใน ความสูงขนาดเพื่อการใช้งาน มีการปรับเปลี่ยนโดยให้ลูกค้าและ ผู้ออกแบบเองได้ดูจากของจริง ความรู้สึกจริง กว้างไปแคบไป สูงไปเตี้ยไป ต่างๆ เยอะครับ แบบการคำนวณงานโครงสร้าง เมื่อแบบการก่อสร้าง แล้วเสร็จทาง วิศวกรโครงสร้าง จะสรุป แบบการคำนวณงานโครงสร้างทั้งหมด เพื่อใช้ประกอบแบบ สำหรับงานขออนุญาต และทางเราจะใช้เพื่อประกอบการทำงาน

บันทึกการเขียนด้วยลายมือ

เฟสที่ 3: การเตรียมงานและขออนุญาตก่อสร้าง (Permits & Preparation)

จัดการเอกสาร: บริการทำแบบเพื่อขออนุญาตรื้อถอนและก่อสร้าง ให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของเขต/อบต. แบบเพื่อการรื้อถอน และการขออนุญาติรื้อถอน ปรกติตามกฎหมาย บ้านเดิมต้องมีขนาด 250 ตรม.ขึ้นไป จึงจะต้องทำแบบรื้อถอน หรือการที่บ้านมีระยะห่างจากที่ดินด้านข้าง น้อยกว่า 2 เมตร ก็ทำแบบรื้อถอน บ้านที่มีการต่อเติมก็ต้องทำแบบรื้อถอน ฉะนั้น แทบทุกกรณี จึง กลายเป็นว่า ต้องทำแบบรื้อถอน เพื่อขออนุญาตรื้อถอน การทำแบบรื้อถอนก็มีข้อดี ตรงที่จะได้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีตำแหน่งเสาเข็มที่ทับกับเสาเข็มใหม่หรือไม่ เราไม่สามารถรื้อเสาเข็มเก่าออกได้ นะครับ ที่รื้อได้คือฐานรากเท่านั้น ยกตัวอย่างกรณีที่เสาเข็ม เดิมตรงกับตำแหน่งเสาเข็มใหม่ที่เป็นเสาเข็มเดี่ยว จะต้องมีการออกแบบเพิ่มเติม เพื่อทำเข็มคู่ คร่อมเสาเข็มเก่า แล้วทำฐานรากกว้างขึ้นเพื่อรับเสาที่อยู่กลางระหว่าง เสาเข็มทั้ง 2 (ภาพตัวอย่าง) ในทางปฏิบัติเราเองไม่ค่อยได้มีโอกาสทำแบบขออนุญาตรื้อถอน ส่วนใหญ่เจ้าของบ้านจ้าง สถาปนิกที่ทางเขต แนะนำ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในขั้นตอนนี้ แบบเพื่อการขออนุญาตก่อสร้าง และการขออนุญาตก่อสร้าง หลักการสำคัญคือทุกอย่างที่ระบุในเอกสาร ต้องถูกต้องตามกฎทุกอย่าง อันมีรายละเอียดมากมายของทั้ง กฎหมายก่อสร้าง กฎกระทรวง กฎเฉพาะกาล เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม กฎหมายพิเศษต่างๆ ของ กทม. หรือ อบต. หลายครั้งโฉนดที่ออกโดยกรมที่ดินก็ไม่ Update กับของจริง บางทีหน้าบ้านเป็นถนนสาธารณะ แต่ในโฉนดยังเป็น ที่ดินโฉนดอื่น ก็ต้องทำแบบระยะร่น ตามโฉนด อีกหลายเรื่อง ที่เอกสารอย่างหนึ่ง แต่ สร้างจริงก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่เรื่องหลักๆจะต้องพยายามให้ตรงกับ เอกสารมากที่สุด ซึ่งถ้าดูด้วยหน้างานจริงๆ ควรจะถูกกฎหมาย การปรับเปลี่ยนต้องไม่กระทบโครงสร้าง หรือเกินกว่าที่ กฎหมายอาคารหลักกำหนดให้ ซึ่งการพิจารณาบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว กับ บ้านในเอกสาร เป็นคนละเรื่องกัน บ้านที่สร้างเสร็จแล้ว ต้องดูว่าผิดกฎหมายในสาระสำคัญตามสภาพจริงหรือไม่ โดยทั่วไปทางเขตเองมีสิทธิที่จะสั่งยุติการก่อสร้างในกรณีที่มีการร้องเรียนนะครับ ประเด็นที่ร้องเรียน ก็ต้องดูสิทธิของผู้ร้องเรียนด้วยว่า เราไปละเมิดสิทธิเขาหรือปล่าว เช่นเสียงดัง ไม่กันฝุ่น สร้างล้ำเขตเขา (15 ซม.เข้ามาในที่ของเรา จากเส้นแบ่งเขต ) หรือสั่งยุติกรณีที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง โดยทั่วไป การออกมาทำมาหากินของเจ้าหน้าที่เขต ก็ถูกจำกัดประมาณหนึ่ง เพราะบ้านที่สร้างผิดกฎหมายในเมือง มีมากกว่า 90% ถ้าจะเอากันเป๊ะๆจริง เจ้าหน้าที่เขตคงได้สั่งรื้อไปเกินครึ่งกทม. การเรียกรับเงินโดยใช้กฎหมายมาข่มขู่ ไม่ใช่ว่าจะทำง่ายๆ เรายกกรณีที่โดยทั่วไป กรณีที่การสร้างลุกล้ำ ทางเท้า ทางสาธารณะ มีเรื่องให้ต้องแก้ไขให้ถูกต้องอีกมาก ทั้งนี้กฎต่างๆมียิบย่อยเยอะแยะ ไปหมด เราก็พยายามทำให้ถูกต้องที่สุด ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง จะมีการยื่นเอกสาร แบบ การส่งเอกสารรับรองต่างๆจาก สถาปนิกและวิศวกร ที่ได้รับใบอนุญาต มีขั้นภาคี ขั้นสามัญ ปรกติ เราใช้แค่ขั้นนี้ ส่วนขั้นวุฒิ ก็สำหรับอาคารขนาดใหญ่ เราจะมีบริการการจัดการเรื่องการอนุญาตให้ทุกขั้น ตอน และการอำนวยความสะดวกเรื่องการขอน้ำไฟ การจัดเตรียมเอกสาร และขั้นตอน ให้ เจ้าของดำเนิการได้สะดวกที่สุด

BOQ และสัญญาที่ยุติธรรม: จัดทำบัญชีแสดงปริมาณวัสดุ (BOQ) ที่ระบุ Spec ชัดเจน พร้อมสัญญามาตรฐานที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรม BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantity เป็นการรวบรวมข้อมูลค่าวัสดุ วัสดุก่อสร้าง และค่าแรงของงาน ที่ทางผู้รับเหมาจะเป็นคนรับผิดชอบทำ BOQ จะถอดมาจากแบบแต่ไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏในแบบทั้งหมดจะถูกระบุใน BOQ การต้องอ้างอิงในแบบ เช่นระบุว่า ทาสีผนัง 350 ตรม. ก็หมายถึง ผนังตามในแบบที่อ้างอิง ไม่ใช่ผนังที่อื่น ครับ บางส่วนที่จำเป็นจะมีการระบุยี่ห้อ Spec วัสดุใน BOQ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับแบบ จะยึดถือตาม BOQ ครับ แบบนั้นใช้อ้างอิงเท่านั้น เช่น ในแบบระบุผนังกรุไม้อัด แต่ในBOQ ระบุว่าผนังกรุPlaswood ก็คือต้องตามใน BOQ ส่วนใหญ่รายละเอียดของงานตกแต่งจะมีความซับซ้อน จะมีบางส่วนที่แบบกับ BOQ ระบุไม่ตรงกัน สัญญาจะมีแบบสัญญามาตรฐาน ที่เราใช้ แต่เรา ยืดหยุ่นให้ลูกค้าขอปรับเปลี่ยนรายละเอียดในสัญญาได้ (ตัวอย่างสัญญา) แต่หลักสำคัญๆ ยังเป็นสัญญาที่ยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย บริษัทหรือผู้รับเหมางานอื่นๆ การจะทำบ้านให้สมบูรณ์จะต้องมีการจ้างบริษัทหรือผู้รับเหมางานอื่นๆมาร่วมทำด้วย เพราะ เกี่ยวข้องกับเรื่องการค่าใช้จ่าย และ การบำรุงรักษาด้วย เราจะมีผู้รับเหมาแนะนำสำหรับทุกงาน แต่เจ้าของบ้านสามารถหาเองได้ครับ งานส่วนที่เป็นงานนอกสัญญานี้ จะประกอบด้วยงานของบริษัทหรือผู้รับเหมาอื่น และ ส่วนของงานเพิ่ม งานอื่นๆ ได้แก่ งานกำจัดปลวก งานจัดสวน งานทำกันซึม งานระบบกล้องวงจรปิด งานระบบปรับอากาศ งานม่าน งานฟิล์ม งานพื้นไม้ มีอุปกรณ์หและเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่างที่บริษัทผู้จัดจำหน่ายจะทำการติดตั้ง และบริการเอง งานเพิ่ม ทำไมต้องมี จะมีคำถามว่าทำไมไม่คิดงานไว้ทั้งหมด จะได้ไม่ต้องมีงานเพิ่ม ขอแยกเป็น 3 กรณี ครับ 1.งานเพิ่มที่การเหมาค่าใช้จ่ายล่วงหน้าอาจจะสูงเกินไป ได้แก่ งานขนดินเข้าออกจาก Site งาน งานซ่อมแซมความเสียหายต่อรั้วร่วมเพื่อนบ้าน งานซ่อมแซมถนน งานซ่อมแซมส่วนที่เป็นสาธารณะ เป็นต้น กรณีนี้ จะมีคำถามว่าทำไมการทำของสาธารณะเสียหาย ผู้รับเหมาไม่รับผิดชอบเอง อันนี้ ต้องแบ่งเป็นกรณีๆไป ครับ อย่างถนนเป็นถนนพังๆ พร้อมพังอยู่แล้ว เมื่อรถคอนกรีต รถบรรทุกเข้าไป มันก็ต้องพัง เลี่ยงไม่ได้ การซ่อมแซมในภายหลัง ก็ต้องเกิดขึ้น หรือกรณีท่อระบายน้ำสาธารณะ การที่ต้องขุดดินไปเชื่อมต่อ ก่อนที่จะทำจริงไม่สามารถรู้ปัญหาหรือความยากง่ายในการเชื่อมต่อที่จะเกิดขึ้นได้ 2.งานเพิ่มที่ขาดไปจากแบบที่ออกไว้ หรือมีการเพิ่มเติมแบบภายหลัง กรณีที่ 1 คือเสาเข็มและฐานราก ที่ต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพหน้างานจริง กรณีที่2 บางครั้งเกิดจากความผิดพลาดในการออกแบบ กรณีนี้ส่วนงานที่ผิดพลาดเราจะไม่คิดค่าใช้จ่ายกับลูกค้า แต่งานที่ทำตามแบบใหม่ต้องคิดค่าใช้จ่าย กรณีที่3 ยังไม่ระบุในแบบเป็นปรกติการเว้นไว้ เพื่อคิดอีกที เมื่อดูหน้างานจริง เช่นการปิดคิ้วกันกระแทกแก้ไขมุม ติดบัวกันเปื้อนเพิ่ม เปลี่ยนชนิดวัสดุปิดผิว ฯลฯ 3.งานเพิ่มเนื่องจากมีเงื่อนไขในการรับประกันไม่เหมือนกับงานอื่นในสัญญา งานส่วนนี้ได้แก่งานปรับปรุงพื้นที่นอกอาคาร เช่นทำศาลา ทำถนนหน้าบ้าน ทำคูระบายน้ำ ทำกำแพงรั้วบ้าน เนื่องจากงานส่วนดังกล่าวจะไม่มีการออกแบบทางวิศวกรรม ถ้าทำสมบูรณ์แบบก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป และบางอย่างก็เป็นงานกึ่งถาวร

สินเชื่อสร้างบ้าน: ในกรณีที่ต้องการทำสินเชื่อเพื่อการสร้างบ้าน ก็จะยื่นขอสินเชื่อตอนนี้ เมื่อได้รับใบอนุญาตก่อสร้าง แล้ว เจ้าของบ้านมีทางเลือกมากมายในการขอสินเชื่อ จากธนาคารของรัฐและ เอกชน เงื่อนไขสำคัญของสินเชื่อ อย่างหนึ่งคือ การต้องต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้าง เพราะใบอนุญาติมีอายุ 1 ปี จะไม่ทันสร้างเสร็จ ต้องต่ออายุอย่างน้อย 1 ครั้ง การใช้สินเชื่อมี ทางเลือกมีมากมาย ถ้าเครดิตดี ที่ดินไม่มีปัญหา ขอสินเชื่อได้จากหลายแหล่งครับ บางธนาคารจะให้แยกสินเชื่อ เพื่อการสร้างบ้าน กับ สินเชื่อเพื่อการตกแต่งออกจากกัน ในกรณีนั้น เราสามารถแบ่งสัญญา เป็น 2 สัญญาได้ สำหรับเรื่องที่ดิน ขอแนะนำ ให้ตรวจสอบก่อนเริ่มการออกแบบ ว่าติดปัญหาเรื่องการเข้าออกที่ดินหรือปล่าว หมายความว่าของจริงอาจจะเห็นเป็นถนน แต่ในเอกสารยังเป็นที่ดินของคนอื่น ในกรณีนี้ การขอสินเชื่อจะมีปัญหา อาจจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องข้อพิพาทต่างๆให้ เรียบร้อยก่อนการเริ่มออกแบบ

การเตรียมหน้างาน: บริการรื้อถอนบ้านเก่า ล้อมรั้วกันฝุ่น/เสียง และจัดเตรียมสาธารณูปโภคชั่วคราวสำหรับงานก่อสร้าง การเทสดิน ค่าใช้จ่ายในการเทสดิน จะเกิดก่อนการทำสัญญา การเทสดินปรกติจะเจาะแค่ตำแหน่งเดียวสำหรับงานบ้าน ยกเว้นว่าบ้านใหญ่จริงๆ จะเจาะ 2-3 จุด จุดละ 17,500 บาท จากเจาะเก็บตัวอย่างในกระบอกดินเป็นช่วงๆ ลึกจาก ผิวดินลงไป ถึง 30-35 เมตร จะมีผลการทดสอบ และคำนวนความลึกของเสาเข็มแต่ละประเภทและการรับน้ำหนักให้ค่าความปลอดภัย 2.5 เท่า ผลการเทสดินเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจเท่านั้น เมื่อเจาะจริงเจอชั้นดินที่ไม่ดี หรือเจอน้ำ ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือความลึก เป็นเรื่องที่ต้องทำตามหลักวิชาการ เท่านั้น จะประเมินเอาตามประสบการณ์ของ ช่างหรือใครๆไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักของบ้าน ถ้าผิดพลาดก็จะเป็นปัญหาระยะยาว รื้อบ้านเก่า เรารวมบริการนี้ในสัญญา เพราะขั้นตอนก่อนการรื้อบ้านและหลังการรื้อ มีงานที่ต้องทำหลายอย่าง ล้อมรั้ว กั้นเสียง กันฝุ่น เดินน้ำไฟฟ้าชั่วคราว สร้างส้วมชั่วคราว ทำที่พักให้คนงาน รื้อฐานรากเก่า และปรับดิน ให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายปั้นจั่นเข้าในพื้นที่ ในการรื้อบ้าน ถ้าไม่มีใบอนุญาตรื้อถอน จะเกิดปัญหาได้เมื่อถูกร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวน ซึ่งเกิดการร้องเรียนแน่นอน นักร้องมีเยอะกว่าที่คิด บางบ้านเคยส่งแกงให้กันดีๆ ก็มาทำกันได้ตอนนี้แหละ แต่เมื่อมีใบอนุญาตรื้อถอน เราก็มีสิทธิทำได้ตามกฎหมาย วางแปลนเสาเข็ม หลังจากรื้อแล้วเสร็จ เราจะทำการวางผังเสาเข็มบนพื้นที่จริง งานส่วนนี้ ต้องใช้ความเชี่ยวชาญค่อนข้างมาก ต้องมีความเข้าใจทั้งงานวิศวกรรมและงานสถาปัตย์ รวมทั้งเข้าใจความต้องการจริงของลูกค้า เพราะพื้นที่หน้างานจริงไม่ได้ตรงกับที่ระบุในโฉนด 100% จะมีโอกาส เอียงหรือขนาดไม่ตรงบ้าง จะต้องวางตำแหน่งบ้านให้ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด

23370.jpg

เฟสที่ 4: ขั้นตอนการก่อสร้างและงานระบบ (Construction & Systems)

งานโครงสร้างและหลังคา: ควบคุมการทำฐานราก เสาเข็มเจาะ และการมุงหลังคาด้วยองศาที่ถูกต้องตามมาตรฐานเพื่อป้องกันการรั่วซึมในอนาคต การทำ เสาเข็ม และ ฐานราก ขั้นตอนการทำเสาเข็ม มีรายละเอียดทางเทคนิคมากประมาณหนึ่ง ส่วนสำคัญของการทำเข็มเจาะ คือ การคุมความถูกต้องของตำแหน่ง ความได้ศูนย์ และ ความลึกที่กำหนด และดินที่ความลึกที่กำหนด จะต้องมีสภาพที่เหมาะกับการวางปลายเสาเข็ม ขั้นตอนนี้ จะต้องมีการทดสอบดูแล อย่างใกล้ชิดและ ประสานงานกับ วิศวกรดิน และ วิศวกรโครงสร้าง ตลอด บ้าน รายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ในหัวข้อเรื่อง วัสดุและคุณภาพ :เสาเข็ม และ ฐานราก ทำงานโครงสร้าง เป็นขั้นตอนที่แทบจะเป็นงานประจำของเรา มีทีมงานที่ทำเรื่องนี้ ชำนาญมาก และไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่ต้องคอยดูแลทำตามแบบอย่างเคร่งครัดเท่านั้น แทบไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องใช้การตัดสินใจ การทำงานโครงสร้างจะมีเรื่องเดียวที่ต้องพิจารณา คือขั้นตอนการเทคอนกรีต เกี่ยวข้องกับพื้นที่ การลำเลียงคอนกรีต ชั้น 2 ขึ้นไปถ้าที่ให้วางเครนได้ ก็จะสะดวกมาก แต่ถ้าไม่ได้ ค่าใช้จ่ายจะแพงขึ้น 2 เท่าทันที เพราะต้องเปลี่ยนมาใช้ มินิปั๊ม และคอนกรีตสำหรับผ่านปั๊มก็จะราคาสูงกว่าคอนกรีตทั่วไป ทั้งนี้ ถ้าเป็นซอยแคบๆ ไม่สามารถนำรถ 10ล้อเข้าพื้นที่ได้ ก็จะเสียค่าใช้จ่ายขาส่งต่อคิวที่แพงขึ้นเพราะต้องใช้ คอนกรีตรถเล็ก งานหลังคา การขึ้นโครงหลังคา จะเป็นงานเหล็ก ผสมงานปูนนิดหน่อย จุดที่เป็นรอยต่อระหว่างเสาปูนกับอะเสเหล็ก จะต้องมีความเข้มงวดในการทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน การทำหลังคาที่จะต้องปูกระเบื้องกลุ่มซีแพค จะมีองศาของ ตระเข้เป็นหัวใจหลัก เมื่อทำการเชื่อมอะเสแล้วเสร็จ จะต้องวัดขนาดจริง มุมจริงๆ แบบผิดพลาดได้แค่ไม่เกิน 1 ซม. แล้วนำมาทดลองสร้างแบบจำลอง 3 มิติใน Software กำหนด ขนาดความยาวความสูงของเสาดั้ง อกไก่ และ ตระเข้ (รูปประกอบโครงสร้างหลังคา) ความผิดพลาดที่ส่วนทำให้หลังคา รั่วในอนาคตคือ องศาความเอียงที่ไม่ถูกต้องตาม Spec กระเบื้อง ปัญหาจะสะสมไปเกิดตรงครอบสันต่างๆ การใช้ แผ่นดรายเทคปิดเป็นการแก้ไขแบบชั่วคราว ถ้าองศาถูกต้อง ตัวกระเบื้องเองจะไม่รั่วอยู่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งวัสดุซีล อื่นๆ แต่ปัจจุบันวัสดุ ชีลมีประสิทธิภาพสูงมาก ทำให้การติดตั้งง่ายขึ้นก็จริง แต่เพื่อป้องกันปัญหาระยะยาวก็ควรทำให้ถูกต้อง สำหรับการทำหลังคาเมทัลชีท ปัจจุบันเราใช้หลังคาระบบคลิ๊ปล๊อกแบบมี PU เป็นหลัก และควรติดตั้ง Walkway บนหลังคา เพื่อสะดวกในการขึ้นไปทำงานต่างๆบนหลังคา เช่น จัดการแผงโซล่าเซลล์ การทาสีด้านข้างอาคารโดยการโรยตัว งานก่อฉาบ ขั้นตอนงานก่อฉาบ จะก่ออิฐ แล้วเทเอ็นรับ แล้วก่อทับเอ็นสลับผนังไปเรื่อยๆ โดยช่างชุดหนึ่งจะทำงานพร้อมกันทีละ 5-6 ผนัง เมื่อก่อผนังเสร็จก็จะเดินท่อไฟที่ออกแบบไว้ตามจุดต่างๆ จากนั้นจึงทำการฉาบผนังภายใน โดยส่วนที่เป็นเอ็นปูนจะมีการเพิ่มการยึดเกาะด้วยตาข่ายเหล็ก เพราะใช้น้ำยาประสานคอนกรีตไม่ค่อยสะดวกเพราะต้องราดน้ำอิฐให้ชุ่มก่อนฉาบ ทำให้น้ำยาประสานโดนน้ำชะไปหมด เมื่อฉาบผนังภายในเสร็จ จะต้องทำการบ่มปูนฉาบ โดยราดน้ำ ทุกวัน วันละ ครั้งอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เมื่อฉาบภายในแล้วจริงเริ่มฉาบผนังภายนอก เพราะผนังภายนอก โดนความร้อนเยอะ การที่ไปฉาบผนังภายนอกนอกก่อนผนังภายใน ทำให้ยิ่งเกิดการเสียน้ำจากปูนฉาบเร็วขึ้น จึงควรฉาบภายในให้เสร็จก่อน เมือฉาบผนังภายนอกต้องทำการกรีดร่องเผื่อการขยาตัวของปูน ตามที่กำหนดในแบบ ทำการบ่มปูนฉาบ อีกที หลังจากรอปูนลดความด่างลง ประมาณ 2 เดือน จึงเริ่มงานทาสีภายนอก งานรั้วปูน เมื่อเสร็จงานก่อฉาบปรกติจะเริ่มงานก่อฉาบรั้ว เพื่อความสะดวกงานรั้วควรทำฐานรากไปพร้อมกับ ฐานรากบ้าน เพราะเรื่องของพื้นที่ระหว่างบ้านกับรั้วบางครั้งแคบเกินไปที่จะใช้รถBackho แต่เสาเข็มของรั้วจะเป็นเข็มกดปรกติจะลึกได้แค่ 4 เมตรถ้ากดลึกกว่านั้น เข็มจะหัก เข็มที่กดจะต้องเป็นเสาเข็มคู่ ต่อฐานราก เพื่อรับแรงดึง 1 ต้นรับแรงกด 1 ต้น ส่วนทางเข้ารถยนต์ ซึ่งจะทำหลังสุด หลังจากภายในบ้านเสร็จแล้ว ประตูรั้วทางเข้ารถยนต์ จะใช้เสาเข็มชนิด ไมโครไพน์

งานระบบ MEP: เดินท่อไฟฟ้า ประปา สุขาภิบาล และระบบป้องกันปลวก อย่างเป็นระเบียบตามแบบ Shop Drawing การทำระบบสุขาภิบาล ขั้นตอนการทำงานสุขาภิบาลจะทำหลังจากทำฐานรากแล้วเสร็จ เป็นงานที่เกี่ยวกับการสร้างระบบระบายน้ำเสียรองรับจากบ้าน รายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ในหัวข้อเรื่อง วัสดุและคุณภาพ : งานสุขาภิบาล ซึ่งมีข้อควรระวังค่อนข้างเยอะ พลาดแล้วแก้ไขได้ยาก การวางระบบป้องกันปลวก การวางท่อสำหรับป้องกันปลวกจะยึดบริเวณด้านข้างคานคอดิน เมื่อทำคานคอดินเสร็จ ก่อนจะนำดินใส่กลับเข้าไป จะต้องเดินท่อฝากให้เรียร้อย พร้อมทั้ง ติดตั้งหัวพ่นน้ำยา จะจุดๆ สำหรับส่วนที่ต้องเทพื้นแบบ Slab เช่นพื้นห้องน้ำ การติดตั้งหัวพ่นจะไม่มีประโยชน์ เพราะ จะไม่มีพื้นที่ว่างใต้ แผ่นพื้นให้กระจายน้ำยาได้ พื้นที่ใต้ห้องน้ำ ซึ่งมีความชื้นด้วย และติดตั้งระบบเสปย์ ไม่ได้ผลด้วย จึงเป็นจุดอ่อนของบ้านที่ ปลวกและมด จะเข้ามาได้ ในกรณีที่เป็นบ้านต่อเติม รอยต่อของบ้านก็จะเป็นจุดอ่อนเช่นเดียวกัน บ้านหลายๆแห่งกำจัดปลวกด้วยวิธีวางท่อก็ยังไม่ได้ผล แต่การเตรียมระบบไว้ก็ทำให้ป้องกันได้ง่ายกว่า และ ค่าใช้จ่ายในการฉีดซ้ำถูกกว่า การฉีดไล่ไปรอบๆบ้าน หรือการเจาะพื้น จะทำให้พื้นตกแต่งเสียหาย งานเดินท่อ ร้อยสาย งานฝังท่อไฟฟ้า ตามผนังปูนจะฝังไว้ก่อนที่จะฉาบปูน ถึงขั้นนี้ จะมีการเดินท่อต่อจากส่งที่วางไว้ ต่อไปยัง ตู้ไฟหลัก มีการเดินท่อไฟเกาะไปตามท้องคานและคานเหล็ก ร้อยสายไฟตามที่กำหนดในตามจุดต่างๆ และ Load Schedule ปล่อยสายไว้ตามจุดต่างๆ เป็นลักษณะบล็อกไฟ งานเดินท่อประปา และท่อน้ำทิ้ง งานเดินท่อประปา ไปยังส่วนต่างๆที่ ต้องการมีการยึดท่อกับส่วนโครงสร้างที่ แข็งแรง และเดินท่อน้ำทิ้ง และ ท่อส้วม ไปด้วย สำหรับท่อน้ำทิ้งชั้น 1 ก่อนที่จะเทพื้นชั้น 1 ตำแหน่งของท่อน้ำทิ้งและท่อส้วมชั้น 1 จะค่อนข้างไม่แม่นยำ เพราะต้องฝังไว้ตั้งแต่ ตอนแรกที่ยังไม่มี ผนัง อ้างอิง บางครั้งจะต้องรื้อพื้นเล็กน้อยเพื่อปรับตำแหน่งท่อ แต่เนื่องจากชั้น 1 ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการรั่วซีม จึงสามารถทำได้ สำหรับชั้น 2 เราจะไม่ทำการฝังท่อไว้ก่อน ยกเว้นท่อที่ต้องอยู่กลางคาน เช่นท่ออ่างล้างมือ ส่วนท่ออื่นๆจะใช้วิธีเจาะคอลลิ่ง เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่แม่นยำ และวิธีการนี้ จะทำให้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการรั่วซึม เพราะมีการหล่อปูนยึดท่อที่เป็น ปูน Non shrink หลังจากเดินท่อเสร็จ จะมีการทำกันซึมพื้นห้องน้ำ ทั้งหมด แล้วทำการทดสอบการรั่วซึมด้วยการขังน้ำ หลังจากนั้น จะมีการทดสอบท่อประปาทั้งทั้งหมด เพราะหาจุดรั่วซึม การติดตั้ง มิเตอร์ไฟฟ้า ต้องเดินสายภายในแล้วเสร็จ หมายถึงต้องมี MDB ที่ติดตั้งเสร็จแล้วด้วย เมื่อไปขอมิเตอร์ไฟฟ้าใหม่ ส่วนใหญ่จะต้องขอใหม่ เพราะระบไฟเก่าจะเป็น 1 เฟส ระบบไฟใหม่จะเป็น 3 เฟส เมื่อทางผู้ตรวจเข้ามาตรวจแล้ว จะต้องขอว่าจ้างทีมงานที่การไฟฟ้าแนะนำ เพื่อเดินสายเข้ามาจากมิเตอร์ ถึง MDB สมัยก่อน การไฟฟ้าบริการให้ฟรี แต่ปัจจุบันนี้ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง และมาตรฐานงานไฟฟ้าปัจจุบันก็เป็นมาตรฐานสากล ค่อนข้างเข้มงวด ถ้าเดินสายจากมิเตอร์ มาเข้าบ้านเองโดยไม่ใช้ทีมงานของการไฟฟ้าแนะนำ ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่า เพราะแหล่งการซื้อสายไฟไม่เหมือนกัน อุปกรณ์เล็กน้อยๆ ก็ต้องจัดการ แต่ทางเขามีพร้อมอยู่แล้วทุกอย่าง เมื่อเดินสายจากมิเตอร์มาถึง MDB เสร็จทาง การไฟฟ้าก็จะมาติดตั้งมิเตอร์ให้ การติดตั้ง มิเตอร์น้ำ และปั๊มน้ำ ปรกติการขอน้ำจะง่ายกว่า ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ถ้ามีเส้นทางน้ำประปาที่จะจ้ำเข้าบ้านได้ มิเตอร์น้ำจะมาติดตั้งที่ หน้าบ้านหรือหลังบ้าน ทางเราต้องเดินท่อต่อจากมิเตอร์น้ำเข้ามาในบ้านเอง แล้วต่อเข้า แท้งค์น้ำสำรอง แล้วต่อปั๊มน้ำ เดินน้ำเข้าบ้าน บางครั้งจะมีระบบกรองน้ำที่เจ้าของบ้านต้องการติดตั้งด้วย จะต้องคุยเรื่องพื้นที่ และรูปแบบการกรอง กันตอนออกแบบ ไฟ แสงสว่าง ปรกติเมื่อติดตั้ง ไฟฟ้าเข้าบ้าน แล้วจึงเริ่มงานติดตั้ง ไฟแสงสว่าง และปลั๊กสวิตช์ ระบบปรับอากาศ ติดตั้ง แอร์ฝั่งภายใน และ Compressor ทดสอบระบบ รวมทั้งติดต่อระบบแลกเปลี่ยนอากาศถ้ามี ในช่วงที่มี PM2.5 จะคิดถึง ระบบแลกเปลี่ยนอากาศมาก ระบบกล้องวงจรปิด พร้อมกับติดตั้ง โคมไฟ ควรติดตั้ง กล้องวงจรปิดไปด้วยในช่วงเดียวกัน ระบบ Internet และ IoT การติดตั้ง Internet และ Set IoT ทำเมื่อติดตั้ง โคมไฟ ปลั๊กสวิตช์แล้วเสร็จ

งานสถาปัตยกรรมและตกแต่ง: งานปูกระเบื้องคุณภาพสูง การติดตั้งอลูมิเนียมกระจก และงานเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่เก็บรายละเอียดหน้างานจริง As built เริ่มทำแบบเหมือนที่ สร้างจริง สถาปนิกจะมาสำรวจ งานระบบต่างๆ และงานโครงสร้าง เพื่อทำแบบเหมือนกับที่ทำไปแล้วจริงๆ Spec Sheets ก่อนดำเนินการติดตั้งงาน ห้องน้ำ ก็จะทำเลือกและสรุป กระเบื้องและ วัสดุต่างๆที่ใช้ ก่อนทำงานสี หรืองาน เฟอร์นิเจอร์ งานปูกระเบื้องห้องน้ำ จะต้องฉาบผนังห้องน้ำให้ได้ฉากก่อน มีการตรวจ ตำแหน่งท่อต่างๆ ทำกันซึม มาตามขั้นตอนแล้ว จึงเริ่มงานปูกระเบื้องห้องน้ำ เมื่อแล้วเสร็จจะยังไม่ติดตั้ง สุขภัณฑ์ ในขั้นนี้ แต่สุขภัณฑ์ ต้องล๊อก Spec เรียบร้อยแล้ว เพราะจะมีตำแหน่งท่อหรือตำแหน่งไฟฟ้า ไว้เรียบร้อยในขั้นงานปูกระเบื้อง งานฝ้า เมื่อเสร็จงานปูกระเบื้องห้องน้ำ จะเริ่มงานฝ้า โดยจะทำฝ้าในห้องน้ำ พร้อมกับฝ้าทั่วไป โดยงานฝ้าจะต้องขึ้นเฉพาะโครง ทิ้งไว้ก่อน และ อาจจะติดแผ่นฝ้าไว้เฉพาะฝ้าหลุม จากนั้นในขั้นนี้ งานร้อยสายต่างๆ ต้องเดินให้แล้วเสร็จ และถ้ามี สายกล้องวงจรปิด สาย แลน สายทีวี ท่อน้ำยาแอร์ ท่อน้ำทิ้งแอร์ ระบบแลกอากาศที่ฝังฝ้า จะต้องดำเนินการในตอนนี้ หลังจากงานต่างๆบนฝ้าแล้วเสร็จจึงปิดแผ่นฝ้า แล้วขัดฉาบทาสีรองพื้นต้องเป็นชนิดสีรองพื้นสูตรน้ำมัน เพื่อไม่ให้กระดาษฝ้าพองออก แล้วจึงทาสีจริงอีกที ซึ่งก็จะเป็นสีเฉพาะสำหรับงานฝ้า เช่น A8000 A7000 งานปรับพื้น หลังจากที่สรุปว่าจะพื้นชนิดไหน จะดำเนินการปรับพื้น เพื่อให้ ระดับผิวงานสำเร็จออกมาเสมอ กัน เช่น ส่วนโถงใช้ไม้จริงเข้าลิ้นหนา 3 ซม. ห้องนอนใช้ ไม้ลามิเนตหนา 12 มม. ก็ต้องปรับพื้นสูงไม่เท่ากัน งานประตูชนิดต่างๆ หลังจากปรับพื้นเสร็จจะได้ระดับของพื้นสำเร็จที่ ค่อนข้างแน่นอนแล้ว จึงทำการติดตั้งประตู เพราะต้องตัดตีนประตูเผื่อพื้นสำเร็จ เมื่อแล้วเสร็จ จะได้ไม่มีการเปิดติดขัด สำหรับวงกบประตูต่างๆ การติดตั้งพร้อมกับงานก่อฉาบจะทำให้แข็งแรงกว่า และเพื่อความเรียบร้อยสวยงาม จะต้องมีการติดซับวงกบบนวงกบไม้เนื้อแข็งอีกที แต่ประตูที่เป็นชนิด uPVC ต้องติดตั้งแบบแห้ง หมายถึง ติดด้วยสกรูยึดกับ กรอบวงกบปูนที่ฉาบแต่งแล้ว เพราะวงกบ uPVC ทำสีไม่ได้ ถ้าไปติดพร้อมก่อฉาบจะเป็นรอยแก้ไขไม่ได้ งานตกแต่งภายนอก งานทั่วไปก็เป็นการติดตั้งฝ้าระแนงชายคา ติดตั้งบัวปูนกันน้ำย้อนเข้าหน้าต่าง การเดินท่อน้ำฝน การติดตั้งวัสดุปิดผิวที่ต้องทำสี กรณีวัสดุสีสำเร็จเช่น ไม้WPC จะติดตั้งหลังจากทาสีภายนอกแล้วเสร็จ งานสีภายนอก มีหลายขั้นตอนเหมือนกัน ฉาบแต่งผิวปูนด้วยปูนฉาบผิวบางก่อน ทาสีรองพื้น ทาสีจริงเที่ยวแรก จากนั้น เก็บรอยแตกต่างๆ ทำสีวัสดุอื่นๆให้เสร็จ เช่นฝ้าชายคา ทาสีรองพื้นส่วนที่แก้ไขอีกครั้ง รอ การติดตั้ง Air Compressor ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกัน ทาสีจริงอีกเที่ยว งานอลูมิเนียมกระจก หลังจากทาสีภายนอกเสร็จ จึงติดตั้ง อลูมิเนียมและกระจก จริงๆบางส่วนต้องติดตั้งกรอบของอลูมิเนียมก่อน เพราะ ต้องติดบัวปูนภายนอกเกยทับกรอบอลูมิเนียมพอดี เพื่อให้รอยยาแนวด้วยซิลิโคน ระหว่างขอบผนังกับ กรอบอลูมิเนียมโดนบังไว้ด้วย บัวปูน ทำให้ป้องกันการรั่วซึม เนื่องจาก ซิลิโคนหดตัวกรอบจากการโดนแดด งานปูพื้นกระเบื้อง หรือพื้นหิน เริ่มหลังจาก ทำงานกระจกอลูมิเนียมโดยเฉพาะ งานที่วางบนพื้น ก็ปูกระเบื้องได้ จะทำให้กระเบื้องจบพอดีกับขอบอลูมิเนียมพอดีไม่มีส่วนสูงต่ำ งานเฟอร์นิเจอร์ Built in เดิมที เราเริ่มงาน Built in เมื่องานก่อฉาบแล้วเสร็จ แต่งานออกแบบแนวใหม่จะมีผนังตกแต่งน้อยมาก งาน Built-in จึงไม่จำเป็นต้องทำก่อนงานอื่นๆแล้ว จึงเริ่มงานหลังจากปูกระจกและงานอลูมิเนียมจะสะดวกและคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่า และหน้างานไม่ชนกับงานอื่นทำให้เสียเวลา งานหลังคาโรงจอดรถ หรือหลังคากันสาดต่างๆ งานส่วนนี้ ควรทำหลังจากทาสีผนังภายนอกแล้วเสร็จ เพื่อป้องกันหลังคาไม่ให้เกินรอยจากตั้งนั่งร้าน ทำเครื่องมือตกใส่ งานประเภทนี้เป็นงานแห้ง บางครั้ง เราจำเป็นต้องทำโครงเหล็กทิ้งไว้ก่อน ขึ้นอยู่กับ รูปแบบของหลังคากันสาด แต่การปูแผ่นหลังคา จะทำหลังจาก ทาสีภายนอกแล้วเสร็จ งานสีภายใน เมื่องานเฟอร์นิเจอร์ บิ้วอิน แล้วเสร็จ ต้องเก็บงานสีภายใน ต้องทำการขัดฉาบด้วยปูนฉาบผิวบางก่อน แล้วทาสีรองพื้นชนิดกันด่าง จากนั้น ทาสีจริงรอบแรก ทิ้งไว้ จนงานติดตั้ง ปลั๊กสวิทช์ โคมไฟแล้วเสร็จ จึงทาสีจริงอีกรอบ และเก็บงานรอยต่อต่างๆ งานประตูรั้ว เริ่มงาน จากการตอกเข็มไมโครไพน์ ทำฐานราก ทำคานรับประตูรั้ว ก่อผนังด้านหน้าทำวงกบประตูหน้าบ้าน เดินไฟสายไฟกริ่งสายมอเตอร์ เรียกช่างประตูมาเตรียมหน้างาน วางเหล็กเส้นรางประตู เมื่อทำประตูรั้วเสร็จแล้วจะมีงานอื่นเช่นปูกระเบื้องผนัง ติดกริ่ง ติดตู้จดหมาย ติดบ้านเลขที่ การทำความสะอาด เบื้องต้นทางเราจะทำความสะอาดให้เพื่อลบคราบเปื้อนสี เศษปูนต่างๆ ลอกสติ๊กเกอร์ แกะแผ่น Protection ต่างๆ ออกให้ หลังจากนั้นจะทำความสะอาดทั่วไปให้อีกครั้ง หลังจากติดตั้งพื้นไม้ แต่ ก็จะมีความสะอาดไม่ถึงขั้นที่จะเข้าอยู่ได้ ติดตั้งพื้นไม้ ชนิดต่างๆที่ กำหนดไว้ ก็จะเกิดฝุ่นการจากติดตั้งอีกครั้ง งานขั้นสุดท้าย งาน wall paper ติดตั้ง กระจกห้องอาบน้ำ ติดตั้งกระจกราวกันตก ราวจับบันได ติดตั้งมุ้งลวด หลังจากนั้น เราจะเก็บความเรียบร้อยงานสี และงานฟิตติ้งต่างๆ แล้วทำความสะอาด เพื่อส่งมอบ ซึ่งก็ยังไม่สะอาดถึงขั้นที่จะเข้าอยู่ได้ แต่จะไม่มี เศษคราบที่เช็ดไม่ออกเหลืออยู่

ครอบครัวช่วยกันขนของเข้าบ้าน

เฟสที่ 5: การส่งมอบและการรับประกัน (Handover & Warranty)

ตรวจสอบและทำความสะอาด: ทดสอบระบบไฟฟ้า-ประปาทั้งบ้าน และทำความสะอาดใหญ่ก่อนส่งมอบบ้านที่สมบูรณ์ บางบ้านจ้างบริษัททำความสะอาดเข้ามาทำความสะอาด ทางเราไม่แนะนำให้ทำอย่างนั้น ไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพนักงานทำความสะอาด อย่าคิดว่า คนที่มาพูดขายของเป็นคนเดียวกับคนทีลงมือทำ ถ้าหน้าต่างหรือกระจกสูงมากทำความสะอาดเองไม่ไหว แนะนำให้จ้างร้านที่รับทำความสะอาดกระจกโดยเฉพาะ อย่างเดียว และ เจ้าของบ้านคุมงานตอนทำความสะอาดกระจกเอง ส่วนอื่น ค่อยเข้ามาทำความสะอาดเมื่อย้ายเข้าบ้าน จะมีฝุ่นเข้ามาอีกตอนย้ายของเข้ามา งานม่าน ควรติดตั้ง หลังจากเริ่มย้ายเข้ามาทดลองพักบ้านใหม่แล้ว ค่อยคิดถึงเรื่องผ้าม่าน หรือ มูลี่ต่างๆ จะดีกว่า ปรกติไม่แนะนำให้ย้ายมาทีเดียว ให้ทดลองมาพักก่อน ครับ

การรับประกันที่อุ่นใจ: รับประกันงานทั่วไป 1 ปี และรับประกันงานโครงสร้างยาวนานถึง 15 ปี

บริการหลังการเข้าอยู่: พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลรักษาบ้าน และบริการซ่อมแซมต่อเนื่องในราคาต้นทุน

การดูแลรักษาบ้าน เป็นปรกติที่บ้านสั่งสร้าง จะถูกดูแลรักษาเป็นอย่างดี เพราะ ทุกการใช้งานได้กลั่นกรองมาจากความต้องการของเจ้าของบ้าน การดูแลเรื่องการใช้น้ำยาล้างสิ่งต่างๆ อาจจะไม่ค่อยจำเป็นนัก ส่วนใหญ่สามารถใช้ น้ำเช็ดได้ตามปรกติ ส่วนเครื่องใช้ ในห้องน้ำ ที่เป็นเคลือบโลหะ ก็ใช้ น้ำยาล้างห้องน้ำล้างได้ตามปรกติ จะมีแค่กระจกต่างๆอาจจะใช้น้ำยาเช็คกระจก กับหนังสือพิมพ์ ในส่วนของผิวงานลามิเนตบางอย่างอาจจะเช็ดรอยเปื้อนบางอย่างยากนิดหน่อย ใช้ น้ำยา Carglo ที่ใช้เช็คคราบสีรถ เช็ดออกได้ การเปลี่ยนหลอดไฟ ในโถงสูงอันจะเป็นปัญหานิดหน่อย จะสามารถเรียกใช้บริการจากเราได้ ส่วนที่เป็นยาแนวรอยต่อต่างๆจะแตกตามสภาพอากาศ จะต้องทำการลอกออกยิงซิลิโคน หรือ ซีแลนด์ชนิดต่างๆตามชนิดของรอยต่อ ส่วนการทาสีภายนอก ควรทาทุกๆ 5 ปี จะเป็นการรักษา ผิวปูนและการทาทับยังไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายมากนัก เพราะไม่ต้องลอกสีเก่าออก การทาสีที่สูงปัจจุบันไม่จำเป็นต้องตั้งนั่งร้าน จะมีช่างเหมาทาสีแบบโรยตัว จากหลังคา ค่าใช้จ่ายถูกกว่า

Social

Contact

Call

+66 81 1350358

Line

@allsenses

Line QR Code ติดต่อสอบถามบริการงานระบบและงานก่อสร้าง Allsenses

Address

บริษัท ออลเซ้นส์ ดีไซน์ 

แอนด์ บิวท์ จำกัด

138/12 ถนน สนามบินน้ำ 

ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี

จ.นนทบุรี 11000

© 2026 by Allsenses Design and Built Co.,Ltd.

bottom of page